คนศูนย์กาย (ลักษณ์ 8-9-1)
ปัญญา 3 ศูนย์
ในทางนพลักษณ์กล่าวว่าคนเรามีปัญญา (intelligence) อยู่ 3 รูปแบบ คือปัญญาศูนย์หัว (ความคิด, ตรรกะ) ปัญญาศูนย์ใจ (อารมณ์) และปัญญาศูนย์กาย (ประสามสัมผัส, สัญชาตญาณ) ทุกคนมีการใช้ปัญญาทั้ง 3 รูปแบบในนี้ในการดำเนินชีวิตอยู่แล้วครับ เพียงแต่ศาสตร์นพลักษณ์บอกว่าคนเราทั่วไปไม่ได้ใช้ปัญญา 3 รูปแบบนี้อย่างสมดุล บางคนอาจจะใช้หัวนำใจ บางคนใช้ใจนำ หรือกายนำ
คนศูนย์กาย
![]() |
อารมณ์หลักของคนศูนย์กายคืออารมณ์โกรธครับ ซึ่งแต่ละลักษณ์ในศูนย์กายจะมีการแสดงความโกรธออกมามากน้อยแตกต่างกัน ต่างกันยังไง เดี๋ยวเรามาดูกันเลยครับ
คนลักษณ์ 8
คนลักษณ์ 8 มีกิเลส (vice) คือความมักมาก (excess) หลายคนอาจจะตกใจ อาจจะคิดว่าทำไมคำมันแรงจัง คือคำในภาษาไทยมันฟังดูแรงครับ “ความมักมาก” ฟังยังไงก็แรง แต่จริง ๆ คำในภาษาอังกฤษไม่ได้แรงขนาดนั้นครับ ความหมายของ “ความมักมาก” ในที่นี้คือ คนลักษณ์ 8 เป็นคนสุดครับ เวลาสนใจอะไรหรืออยากได้อะไรก็จะสุดไปหมด บางคนเวลาชอบหรืออินกับอะไรก็จะทุ่มพลังงานทำสิ่งนั้นแบบสุด ๆ จนบางทีแทบไม่เหลือพลังงาน หรือชอบอะไรก็จะซื้อหรือหามาในครอบครองในปริมาณมาก มีความ “ล้น” ในเรื่องต่าง ๆ เช่น บางคนชอบออกกำลังกายก็อาจจะออกกำลังกายแบบล้น ๆ ทุ่มพลังงานทุกแคลอรี่ บางคนให้ความใส่ใจกับเรื่องคนรัก เวลาเจอคนถูกใจก็อาจจะกลายเป็นสายเปย์ ทุ่มเงินทุ่มเวลาทุ่มเทการกระทำให้ ฯลฯ
ความคิดยึดติดของคนลักษณ์ 8 คือ การควบคุม ครับ คนลักษณ์ 8 ต้องการเข้าไปควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งตัวเอง คนรอบตัว และสถานการณ์ต่าง ๆ รอบตัว ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคนลักษณ์ 8 มองว่าโลกนี้มทันไม่ยุติธรรม ใครอ่อนแอก็จะต้องแพ้ไป ดังนั้นตัวเองจึงต้อง strong!! และต้องเข้าไปเป็นผู้ควบคุมสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเอง
แม้ว่าคนลักษณ์ 8 จะมองว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรม แต่คนลักษณ์ 8 นั้นให้ความสำคัญกับความยุติธรรมอย่างมาก คำว่ายุติธรรมนี้ไม่ใช่ความยุติธรรมในทางกฎหมาย แต่เป็นความยุติธรรมตามมุมมองของคนลักษณ์ 8 คนนั้น (แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน) คนลักษณ์ 8 จึงมีความเห็นอกเห็นใจผู้อ่อนแอหรือผู้ถูกรังแก และมักจะยื่นมือเข้าไปปกป้องพวกพ้องของตัวเองในเวลาที่เห็นว่าพวกเขาได้รับความไม่ยุติธรรม ในกรณีที่คนในความดูแลหรือลูกน้องของตัวเองทำผิด คนลักษณ์ 8 มักมีวิธีการจัดการในแบบ “tough love” บางคนอาจจะปล่อยให้ถูกจัดการไปตามระเบียบหรือกฎหมาย บางคนใช้วิธีปกป้องลูกน้องจากคนอื่นก่อน แล้วตัวเองค่อยเป็นคนลงโทษเอง ส่วนถ้าตัวเองโดนกระทำเอง คนลักษณ์ 8 มักมีการตอบสนองแบบ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” (ถ้าทำได้) เป็นลักษณ์ที่แสดงถึงความโกรธออกมาได้ชัดเจนที่สุด
การควบคุมและความยุติธรรมที่ว่านี้มีศูนย์กลางอยู่ที่ตัวคนลักษณ์ 8 เอง และนั่นทำให้กฎเกณฑ์ของคนลักษณ์ 8 ที่ใช้ควบคุมคนอื่นเหล่านั้นมีข้อยกเว้นสำหรับตัวเองเกิดขึ้นได้ (แต่จากประสบการณ์ของผม คนลักษณ์ 8 จะไม่ได้มองว่านั่นเป็นข้อยกเว้นครับ เพราะเมื่อเกิดข้อยกเว้นคนลักษณ์ 8 มักจะมีคำอธิบายถึงบริบทบางอย่างที่แตกต่างกันกับคนอื่น จึงทำให้กฎนั้นใช้ไม่ได้กับตัวเองในสถานการณ์นี้)
คนลักษณ์ 8 มักไม่ค่อยแสดงอารมณ์อ่อนไหว หรือความอ่อนแอให้คนอื่นเห็น ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วภายในของคนลักษณ์ 8 ก็มีมุมน่ารักและอ่อนไหวอยู่เหมือนกัน เคยมีคนเปรียบเทียบไว้ว่าคนลักษณ์ 8 นั้น “ภายนอกหมีควาย ภายในหมีพูห์” แต่ด้วยความที่คนลักษณ์ 8 มองว่าความอ่อนไหวนั้นคือความอ่อนแอ จึงไม่ยอมแสดงออกมาง่าย ๆ ครับ
คนลักษณ์ 8 มีกิเลส (vice) คือความมักมาก (excess) หลายคนอาจจะตกใจ อาจจะคิดว่าทำไมคำมันแรงจัง คือคำในภาษาไทยมันฟังดูแรงครับ “ความมักมาก” ฟังยังไงก็แรง แต่จริง ๆ คำในภาษาอังกฤษไม่ได้แรงขนาดนั้นครับ ความหมายของ “ความมักมาก” ในที่นี้คือ คนลักษณ์ 8 เป็นคนสุดครับ เวลาสนใจอะไรหรืออยากได้อะไรก็จะสุดไปหมด บางคนเวลาชอบหรืออินกับอะไรก็จะทุ่มพลังงานทำสิ่งนั้นแบบสุด ๆ จนบางทีแทบไม่เหลือพลังงาน หรือชอบอะไรก็จะซื้อหรือหามาในครอบครองในปริมาณมาก มีความ “ล้น” ในเรื่องต่าง ๆ เช่น บางคนชอบออกกำลังกายก็อาจจะออกกำลังกายแบบล้น ๆ ทุ่มพลังงานทุกแคลอรี่ บางคนให้ความใส่ใจกับเรื่องคนรัก เวลาเจอคนถูกใจก็อาจจะกลายเป็นสายเปย์ ทุ่มเงินทุ่มเวลาทุ่มเทการกระทำให้ ฯลฯ
ความคิดยึดติดของคนลักษณ์ 8 คือ การควบคุม ครับ คนลักษณ์ 8 ต้องการเข้าไปควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งตัวเอง คนรอบตัว และสถานการณ์ต่าง ๆ รอบตัว ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคนลักษณ์ 8 มองว่าโลกนี้มทันไม่ยุติธรรม ใครอ่อนแอก็จะต้องแพ้ไป ดังนั้นตัวเองจึงต้อง strong!! และต้องเข้าไปเป็นผู้ควบคุมสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเอง
แม้ว่าคนลักษณ์ 8 จะมองว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรม แต่คนลักษณ์ 8 นั้นให้ความสำคัญกับความยุติธรรมอย่างมาก คำว่ายุติธรรมนี้ไม่ใช่ความยุติธรรมในทางกฎหมาย แต่เป็นความยุติธรรมตามมุมมองของคนลักษณ์ 8 คนนั้น (แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน) คนลักษณ์ 8 จึงมีความเห็นอกเห็นใจผู้อ่อนแอหรือผู้ถูกรังแก และมักจะยื่นมือเข้าไปปกป้องพวกพ้องของตัวเองในเวลาที่เห็นว่าพวกเขาได้รับความไม่ยุติธรรม ในกรณีที่คนในความดูแลหรือลูกน้องของตัวเองทำผิด คนลักษณ์ 8 มักมีวิธีการจัดการในแบบ “tough love” บางคนอาจจะปล่อยให้ถูกจัดการไปตามระเบียบหรือกฎหมาย บางคนใช้วิธีปกป้องลูกน้องจากคนอื่นก่อน แล้วตัวเองค่อยเป็นคนลงโทษเอง ส่วนถ้าตัวเองโดนกระทำเอง คนลักษณ์ 8 มักมีการตอบสนองแบบ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” (ถ้าทำได้) เป็นลักษณ์ที่แสดงถึงความโกรธออกมาได้ชัดเจนที่สุด
การควบคุมและความยุติธรรมที่ว่านี้มีศูนย์กลางอยู่ที่ตัวคนลักษณ์ 8 เอง และนั่นทำให้กฎเกณฑ์ของคนลักษณ์ 8 ที่ใช้ควบคุมคนอื่นเหล่านั้นมีข้อยกเว้นสำหรับตัวเองเกิดขึ้นได้ (แต่จากประสบการณ์ของผม คนลักษณ์ 8 จะไม่ได้มองว่านั่นเป็นข้อยกเว้นครับ เพราะเมื่อเกิดข้อยกเว้นคนลักษณ์ 8 มักจะมีคำอธิบายถึงบริบทบางอย่างที่แตกต่างกันกับคนอื่น จึงทำให้กฎนั้นใช้ไม่ได้กับตัวเองในสถานการณ์นี้)
คนลักษณ์ 8 มักไม่ค่อยแสดงอารมณ์อ่อนไหว หรือความอ่อนแอให้คนอื่นเห็น ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วภายในของคนลักษณ์ 8 ก็มีมุมน่ารักและอ่อนไหวอยู่เหมือนกัน เคยมีคนเปรียบเทียบไว้ว่าคนลักษณ์ 8 นั้น “ภายนอกหมีควาย ภายในหมีพูห์” แต่ด้วยความที่คนลักษณ์ 8 มองว่าความอ่อนไหวนั้นคือความอ่อนแอ จึงไม่ยอมแสดงออกมาง่าย ๆ ครับ
คนลักษณ์ 9 มีกิเลส (vice) คือความเกียจคร้าน/เฉื่อยชา (laziness/indolence) ฟังดูอาจจะแย่ เหมือนกำลังกล่าวหาว่าลักษณ์ 9 เป็นคนขี้เกียจ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้นเลยครับ ลักษณ์ 9 ขยันมาก ๆ ได้ครับ โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องหรืองานของคนอื่น
คนลักษณ์ 9 มองว่าทุกคนบนโลกใบนี้มีความสำคัญ มองเห็นคุณค่าของเพื่อนมนุษย์ และชอบเห็นสิ่งต่าง ๆ สอดคล้องกลมกลืนกัน ทำให้คนลักษณ์ 9 ต้องการหลีกหนีความขัดแย้งเอามาก ๆ จึงเป็นที่มาของการที่ผมบอกว่า “คนลักษณ์ 9 ขยันมาก ๆ ได้ครับโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นเรื่องหรืองานของคนอื่น” นั่นก็เพราะถ้ามีคนมาขอให้คนลักษณ์ 9 ทำอะไรให้ คนลักษณ์ 9 มักปฏิเสธไม่ได้ครับ เพราะการปฏิเสธเท่ากับเป้นการขัดแย้ง นั่นทำให้คนลักษณ์ 9 ในที่ทำงานมักรับช่วยงานคนโน้นคนนี้มาเต็มไปหมด ส่วนเรื่องสำคัญของตัวเองก็จะผัดผ่อนไปก่อน จึงเป็นที่มาของคำว่า “เกียจคร้าน” ความเกียจคร้านที่ว่านี้คือเกียจคร้านในเรื่องสำคัญของตัวเองครับ
ความคิดยึดติดของคนลักษณ์ 9 คือการปรับตัวกลมกลืนไปตามคนอื่น คนลักษณ์ 9 ไม่ชอบเป็นจุดเด่นหรือจุดสนใจ (การแฮปปี้เบิร์ทเดย์คนลักษณ์ 9 แบบเว่อ ๆ ในที่สาธารณะถือเป็นเรื่องโหดร้ายสำหรับคนลักษณ์ 9 เป็นอย่างมาก)
เวลามีปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนอื่น ๆ ในทีม คนลักณ์ 9 มักเข้าใจทุกฝ่าย เห็นประเด็นความคับข้องใจของแต่ละฝ่าย ทำให้เป็นการยากต่อคนลักษณ์ 9 ที่จะตัดสินใจเลือกข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และด้วยความที่คนลักษณ์ 9 ไม่ชอบมองเห็นความขัดแย้ง จึงมักเป็นผู้มีบทบาทในการประสานความขัดแย้ง
แม้คนลักษณ์ 9 จะเป็นคนง่าย ๆ อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไม่ค่อยแสดงอารมณ์โกรธที่เป็นอารมณ์หลักของศูนย์กายออกมาให้เห็น (โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนไม่สนิท) แต่แท้จริงแล้วภายในคนลักษณ์ 9 มีความโกรธแฝงอยู่ ความโกรธที่ว่านี้เป็นความโกรธต่อสรรพสิ่งที่ไม่เป็นไปตามความสงบกลมกลืนที่คนลักษณ์ 9 ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นความอยุติธรรมหรือความบิดเบี้ยวของสังคมมนุษย์ และยังรวมไปถึงการโกรธตัวเองที่ไม่สามารถปฏิเสธคำขอของคนอื่นหรือแสดงความต้องการของตัวเองออกไปได้
เมื่อถึงจุดหนึ่งความโกรธของคนลักษณ์ 9 มักแสดงออกมาในลักษณะ “ดื้อเงียบ” นั่นคือคนลักษณ์ 9 อาจตบปากรับคำตามคำขอร้องของคนอื่น แต่อาจจะไม่ทำตามที่รับปากไว้ และหากใครไปเอาเปรียบคนลักษณ์ 9 ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนความโกรธของคนลักษณ์ 9 มาถึงจุดเดือด (แต่มักใช้เวลานานเป็นปี ๆ หรือหลายปี) คนลักษณ์ 9 ก็พร้อมที่จะตัดคนคนนั้นออกจากชีวิตได้ทันที แบบแทบจะกลายเป็นอากาศธาตุไปเลย โดยที่อีกฝ่ายที่ไม่เคยรู้ตัวมาก่อนว่าทำให้คนลักษณ์ 9 โกรธก็อาจจะตั้งตัวไม่ทันเหมือนกัน
คนลักษณ์ 1
คนลักษณ์ 1 มีกิเลส (vice) คือความโกรธ (anger) ความโกรธของคนลักษณ์ 1 มักไม่ได้มีลักษณะพวยพุ่งแบบคนลักษณ์ 8 แต่เป็นความโกรธที่เกิดจากมองว่าสิ่งต่าง ๆ บนโลกนี้ยังไม่ดีพอ ยังดีขึ้นได้อีก ในแง่นี้ความโกรธจึงมีลักษณะของความไม่พอใจ หงุดหงิด จิ๊ปาก ขุ่นใจ เพราะไม่เคยมีอะไรสมบูรณ์แบบได้ตามมาตรฐานของคนลักษณ์ 1 เสียที
คนลักษณ์ 1 ไล่ตามความสมบูรณ์แบบ และหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดและคำตำหนิ คนลักษณ์ 1 มักตรวจทานแก้ไขงานของตัวเองจนหยดสุดท้าย เพราะไม่ว่าจะดูกี่รอบคนลักษณ์ 1 ก็จะพบกับข้อผิดพลาดหรือข้อควรปรับปรุงในงานอยู่เสมอ
ความคิดยึดติดของคนลักษณ์ 1 คือการตัดสิน (judge) โดยมีกฎเกณฑ์/มาตรฐานของสิ่งที่ควรจะเป็น/สิ่งที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง ผู้อื่น และสิ่งต่าง ๆ รอบตัว คนลักษณ์ 1 ยึดถือกฎเกณฑ์นี้เป็นอย่างดี และออกจะเข้มงวดกับตัวเองเป็นที่สุด มาตรฐานความสมบูรณ์แบบของคนลักษณ์ 1 มักเป็นเกณฑ์ที่ชัดเจน (ต่างกับลักษณ์ 4 ที่มีอุดมคติที่บางทีเจ้าตัวก็อธิบายไม่ได้) แต่เกณฑ์ของคนลักษณ์ 1 มักขยับขึ้นเรื่อย ๆ คือขยับไปสู่ความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ (จะไม่ขยับไปในทางผ่อนปรนลง)
แต่สำหรับคนลักษณ์ 1 ส่วนใหญ่ ความโกรธก็เป็นสิ่งที่ “ไม่เหมาะสม” ดังนั้นคนลักษณ์ 1 บางคนจะแทบไม่แสดงความโกรธออกมาเลย จึงอาจดูเป็นคนใจเย็นและแจ่มใสได้ ส่วนสำหรับในคนที่แสดงความโกรธออกมาได้บ้างก็มักเป็นความโกรธที่ไม่ได้พวยพุ่งแบบคนลักษณ์ 8 บางครั้งคนลักษณ์ 1 ตอบสนองต่อคนที่มาทำให้โกรธด้วยการทำตัวเองให้ดีขึ้นไปอีก เช่น พูดจาสุภาพขึ้น ความโกรธในสิ่งที่ผิดไปจากกฎเกณฑ์และมาตรฐานของคนลักษณ์ 1 มักแปลงไปเป็นการกระทำเพื่อแก้ไขสิ่งที่ผิดหรือไม่ได้ตามมาตรฐานเหล่านั้น
คนลักษณ์ 1 มีกิเลส (vice) คือความโกรธ (anger) ความโกรธของคนลักษณ์ 1 มักไม่ได้มีลักษณะพวยพุ่งแบบคนลักษณ์ 8 แต่เป็นความโกรธที่เกิดจากมองว่าสิ่งต่าง ๆ บนโลกนี้ยังไม่ดีพอ ยังดีขึ้นได้อีก ในแง่นี้ความโกรธจึงมีลักษณะของความไม่พอใจ หงุดหงิด จิ๊ปาก ขุ่นใจ เพราะไม่เคยมีอะไรสมบูรณ์แบบได้ตามมาตรฐานของคนลักษณ์ 1 เสียที
คนลักษณ์ 1 ไล่ตามความสมบูรณ์แบบ และหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดและคำตำหนิ คนลักษณ์ 1 มักตรวจทานแก้ไขงานของตัวเองจนหยดสุดท้าย เพราะไม่ว่าจะดูกี่รอบคนลักษณ์ 1 ก็จะพบกับข้อผิดพลาดหรือข้อควรปรับปรุงในงานอยู่เสมอ
ความคิดยึดติดของคนลักษณ์ 1 คือการตัดสิน (judge) โดยมีกฎเกณฑ์/มาตรฐานของสิ่งที่ควรจะเป็น/สิ่งที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง ผู้อื่น และสิ่งต่าง ๆ รอบตัว คนลักษณ์ 1 ยึดถือกฎเกณฑ์นี้เป็นอย่างดี และออกจะเข้มงวดกับตัวเองเป็นที่สุด มาตรฐานความสมบูรณ์แบบของคนลักษณ์ 1 มักเป็นเกณฑ์ที่ชัดเจน (ต่างกับลักษณ์ 4 ที่มีอุดมคติที่บางทีเจ้าตัวก็อธิบายไม่ได้) แต่เกณฑ์ของคนลักษณ์ 1 มักขยับขึ้นเรื่อย ๆ คือขยับไปสู่ความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ (จะไม่ขยับไปในทางผ่อนปรนลง)
แต่สำหรับคนลักษณ์ 1 ส่วนใหญ่ ความโกรธก็เป็นสิ่งที่ “ไม่เหมาะสม” ดังนั้นคนลักษณ์ 1 บางคนจะแทบไม่แสดงความโกรธออกมาเลย จึงอาจดูเป็นคนใจเย็นและแจ่มใสได้ ส่วนสำหรับในคนที่แสดงความโกรธออกมาได้บ้างก็มักเป็นความโกรธที่ไม่ได้พวยพุ่งแบบคนลักษณ์ 8 บางครั้งคนลักษณ์ 1 ตอบสนองต่อคนที่มาทำให้โกรธด้วยการทำตัวเองให้ดีขึ้นไปอีก เช่น พูดจาสุภาพขึ้น ความโกรธในสิ่งที่ผิดไปจากกฎเกณฑ์และมาตรฐานของคนลักษณ์ 1 มักแปลงไปเป็นการกระทำเพื่อแก้ไขสิ่งที่ผิดหรือไม่ได้ตามมาตรฐานเหล่านั้น




Comments
Post a Comment